ใบอนุญาตทำงาน Work Permit คืออะไร? สิ่งที่ชาวต่างชาติ และนายจ้างต้องรู้ก่อนเริ่มงาน

ใบอนุญาตทำงาน Work Permit คืออะไร สิ่งที่ชาวต่างชาติ และนายจ้างต้องรู้ก่อนเริ่มงาน

หากคุณกำลังวางแผน ทำงานต่างประเทศ หรือเป็นชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงานในประเทศไทย เรื่องแรกที่ควรเริ่มทำคือการ ศึกษาเกี่ยวกับเอกสารวีซ่า และการทำ ใบอนุญาตทำงาน หรือ  Work Permit

เพราะนี่คือเอกสารหลักที่กฎหมายใช้กำหนดสิทธิในการ ทำงานต่างประเทศ​ ซึ่งโดยทั่วไปหลายคนคิดว่าแค่ ระบบกฎหมายแรงงาน และตรวจคนเข้าเมือง ก็คงสามารถ ทำงานต่างประเทศ​ ได้แล้ว แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เลย คุณต้องแจ้ง กรมแรงงาน และการประสานงานเรื่องของ วีซ่าทำงาน เพื่อทำ  ใบอนุญาตทำงาน  และยื่น เอกสารทำงานต่างประเทศ และถ้าหาก วีซ่าทำงาน และ ใบอนุญาตทำงาน หมดอายุ ก็ควรที่จะ ต่อใบอนุญาตทำงาน ทุกครั้ง ไม่ควรที่จะปล่อยทิ้งไว้ เพราะสิ่งนี้มีผลต่อกฏหมายทั้งสิ้น

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่ความหมายของ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ความแตกต่างจากวีซ่า ขั้นตอนที่ควรรู้ก่อนเริ่ม ทำงานต่างประเทศ ไปจนถึงสิ่งที่ควรเตรียมตัวเดินทางไป ทำงานต่างประเทศ เพื่อให้การออกทำงานไกลพื้นที่บ้านเกิดของคุณปลอดภัย และเดินทางได้อย่างมั่นใจ

ใบอนุญาตทำงาน Work Permit คืออะไร

ใบอนุญาตทำงาน Work Permit คืออะไร? 

ใบอนุญาตทำงาน คือเอกสารทางกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่ออนุญาตให้ชาวต่างชาติ สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแรงงานของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในตำแหน่งใด บริษัทใด หรือสถานที่ใด ทุกอย่างต้องตรงกับข้อมูลที่ระบุไว้ใน ใบอนุญาตทำงาน อย่างเคร่งครัด ไม่สามารถทำงานนอกขอบเขตที่ได้รับอนุญาตได้

สำหรับประเทศไทย ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ออกโดยหน่วยงานด้านแรงงานโดยตรง คือ กรมแรงงาน ซึ่งมีหน้าที่กำกับ ดูแล และควบคุมการจ้างแรงงานต่างชาติให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้การ ทำงานต่างประเทศ ในไทยเป็นไปอย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงด้านกฎหมายทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง

ข้อมูลที่ระบุอยู่ใน Work Permit ได้แก่

  • ตำแหน่งงานที่ได้รับอนุญาต
  • ชื่อบริษัท หรือผู้ว่าจ้าง
  • สถานที่ทำงานตามที่แจ้งไว้
  • ระยะเวลาที่สามารถทำงานได้ตามกฎหมาย

แม้จะมี วีซ่าทำงาน และเอกสารครบถ้วน หากทำงานไม่ตรงกับที่ระบุไว้ เปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือไม่ดำเนินการ ต่อใบอนุญาตทํางาน ให้ถูกต้อง ก็ยังถือว่าผิดกฎหมายได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ เอกสารทํางานต่างประเทศ ซึ่งจะต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้องเสมอ

ถ้าหากไม่มีใบอนุญาตทำงาน จะเป็นอย่างไร

ถ้าหากไม่มีใบอนุญาตทำงาน จะเป็นอย่างไร ?

การทำงานในประเทศไทยโดยไม่มี ใบอนุญาตทำงาน หรือไม่มี Work Permit ถือเป็นความผิดตามกฎหมายแรงงานอย่างชัดเจน ไม่ว่าคุณจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม หลายคนที่เข้ามา ทำงานต่างประเทศ มักเข้าใจผิดว่า หากมี วีซ่าทำงาน แล้วสามารถเริ่มทำงานได้ทันที แต่ในความเป็นจริง หากไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือเอกสารไม่ตรงตามที่กฎหมายกำหนด ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นทันทีทั้งกับตัวชาวต่างชาติ และนายจ้าง

สำหรับชาวต่างชาติ หากทำงานโดยไม่มี Work Permit มีโทษปรับตั้งแต่ประมาณ 5,000 – 50,000 บาท และอาจถูกสั่งให้หยุดทำงาน รวมถึงถูกเพิกถอนสิทธิในการทำงาน หรืออยู่ในประเทศไทยในอนาคต แม้จะอยู่ระหว่างยื่น เอกสารทํางานต่างประเทศ หรือกำลังรอผลอนุมัติ หากเริ่มทำงานก่อนเอกสารออก ก็ยังถือว่าผิดกฎหมายเช่นกัน

ในฝั่งนายจ้าง การจ้างแรงงานต่างชาติโดยไม่มี ใบอนุญาตทำงาน หรือไม่ดำเนินการ ต่อใบอนุญาตทํางาน ให้ถูกต้อง มีโทษปรับสูงขึ้น โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 100,000 บาทต่อแรงงาน 1 คน และหากทำผิดซ้ำ อาจมีโทษที่รุนแรงขึ้น รวมถึงผลกระทบด้านความน่าเชื่อถือของบริษัท เมื่อถูกตรวจสอบจาก กรมแรงงาน

วีซ่าทำงาน คืออะไร

วีซ่าทำงาน คืออะไร ?

วีซ่าทำงาน คือเอกสารที่ใช้กำหนดสิทธิในการเข้ามาพักอาศัย เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำงานอย่างถูกกฎหมาย หลายคนที่วางแผน ทำงานต่างประเทศ ต้องเริ่มต้นจากขั้นตอนนี้เป็นอันดับแรก เพราะวีซ่าคือเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้สามารถเข้าประเทศ และอยู่ได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด วีซ่าทำงาน ถูกใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการยื่นขอ เอกสารทํางานต่างประเทศ และการขอ Work Permit โดยนายจ้างต้องเป็นผู้ให้ข้อมูลด้านเอกสาร และข้อมูลทั้งหมดต้องสอดคล้องกับตำแหน่งงานจริง หากข้อมูลไม่ตรงกัน อาจส่งผลต่อการอนุมัติเอกสารในขั้นตอนถัดไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ วีซ่าทำงาน ไม่ได้หมายความว่าสามารถเริ่มทำงานได้ทันที วีซ่ามีหน้าที่เพียงอนุญาตให้อยู่ในประเทศ ส่วนสิทธิในการทำงานจริงๆ จะต้องมี ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ควบคู่กันเสมอ หากมีวีซ่าแต่ไม่มี Work Permit ก็ยังถือว่าทำงานผิดกฎหมายอยู่ดี

ทำไมมีวีซ่าแล้ว แต่ยังทำงานไม่ได้

ทำไมมีวีซ่าแล้ว แต่ยังทำงานไม่ได้ 

นี่คือความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยที่สุด การที่เพิ่งเริ่ม ทำงานต่างประเทศ หรือบริษัทที่เพิ่งจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานครั้งแรก หลายคนมองว่าเมื่อได้รับวีซ่าที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่อการทำงานแล้ว ก็สามารถเริ่มงานได้ทันที แต่ในความเป็นจริง กฎหมายแยกหน้าที่ของเอกสารไว้อย่างชัดเจน

วีซ่าทำงาน เป็นเพียงเงื่อนไขเบื้องต้นที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศ และพัก​​อยู่ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น ยังไม่ใช่เอกสารที่ให้สิทธิในการทำงานจริง กฎหมายแรงงานของไทยกำหนดเพิ่มเติมว่า ก่อนเริ่มทำงานทุกกรณี ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานแรงงานก่อน นั่นคือการมี ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ที่ออกโดย กรมแรงงาน

หากชาวต่างชาติเริ่มทำงานโดยยังไม่มี ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ที่ถูกต้อง ผลทางกฎหมายจะเกิดขึ้นทันทีทั้งสองฝ่าย

  • ฝั่งลูกจ้าง ถือว่าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับ และอาจถูกระงับหรือเพิกถอนสิทธิในการทำงานในอนาคต
  • ฝั่งนายจ้าง ก็มีความผิดเช่นกัน ฐานจ้างแรงงานต่างชาติโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษปรับ และอาจถูกตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการมี วีซ่าทำงาน เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอ การเริ่มงานอย่างถูกกฎหมาย ต้องมีทั้งวีซ่า และ Work Permit ควบคู่กันเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจกระทบทั้งอาชีพ และธุรกิจ

ขั้นตอนที่ถูกต้อง ควรทำอะไรก่อน

ขั้นตอนที่ถูกต้อง ควรทำอะไรก่อน ?

การจ้างชาวต่างชาติเข้ามา ทำงานต่างประเทศ ในประเทศไทย เป็นกระบวนการที่เอกสารด้านแรงงาน และตรวจคนเข้าเมือง หากดำเนินการผิดลำดับ ไม่เพียงแต่เสียเวลา แต่ยังอาจเกิดค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงทางกฎหมายโดยไม่จำเป็น ดังนั้น การเรียงลำดับขั้นตอนให้ถูกต้องตามลำดับที่ กรมแรงงาน ได้แจ้งไว้ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1

เริ่มจากการเตรียมเอกสารฝั่งนายจ้าง เพื่อยื่นขอหนังสือรับรองการอนุญาต ทำงานต่างประเทศ หรือแบบคำขอ WP.3 ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้แสดงความจำเป็นในการจ้างแรงงานต่างชาติ เอกสารชุดนี้จะถูกส่งให้พนักงานใช้ประกอบการยื่น วีซ่าทำงาน จากต่างประเทศ

ขั้นตอนที่ 2

พนักงานต่างชาตินำเอกสาร WP.3 และเอกสารบริษัท ไปยื่นขอ วีซ่าทำงาน หรือ Non-Immigrant Visa ประเภท B ผ่านสถานทูต หรือสถานกงสุลไทย เมื่อได้รับอนุมัติ จะสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ พร้อมสิทธิพำนักเริ่มต้น 90 วัน

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อเดินทางเข้าประเทศแล้ว ต้องยื่นขอ ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ทันที เอกสารนี้ คือขั้นตอนสำคัญ ของการทำงานอย่างถูกกฎหมาย และต้องระบุบริษัท ตำแหน่ง และสถานที่ทำงานให้ตรงตามความเป็นจริง

ขั้นตอนที่ 4

หลังได้รับ Work Permit แล้ว จึงนำไปยื่นขอขยายระยะเวลาพำนัก หรือ ต่อใบอนุญาตทํางาน และวีซ่าที่กองตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเปลี่ยนจากวีซ่า 90 วัน เป็นวีซ่ารายปี โดยจะมีการตรวจสอบเอกสารภาษี และประกันสังคมควบคู่กัน

การทำตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธเอกสาร และทำให้การบริหาร เอกสารทํางานต่างประเทศ เป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรจึงเลือกใช้ บริษัทรับทำใบอนุญาตทำงาน และบริการ รับทําวีซ่า ที่มีประสบการณ์ เพื่อดูแลทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ และทำงานเป็นระบบ

หากต้องการต่ออายุ และเปลี่ยนแปลง ต้องทำอย่างไร

หากต้องการต่ออายุ และการเปลี่ยนแปลง ต้องทำอย่างไร ?

1. การต่ออายุ (Extension)

  • การต่อใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)

ขั้นตอนนี้ควรเริ่มดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 30–45 วันก่อนวันหมดอายุ โดยยื่นคำขอ ต่อใบอนุญาตทํางาน กับ กรมการจัดหางาน ภายใต้การกำกับของ กรมแรงงาน หรือดำเนินการผ่านศูนย์ OSS ในกรณีที่เข้าเงื่อนไข

เอกสารหลักที่ต้องเตรียม ได้แก่ แบบคำขอต่ออายุ ตท.2 ใบรับรองแพทย์ที่ออกไม่เกิน 6 เดือน และเอกสารบริษัทที่อัปเดตล่าสุด เช่น งบการเงิน และ ภพ.30 เพื่อยืนยันสถานะการจ้างงาน

  • การต่อวีซ่า (Extension of Stay)

ขั้นตอนนี้ต้องดำเนินการหลังจากที่ Work Permit ได้รับการต่ออายุเรียบร้อยแล้ว โดยนำหลักฐานการต่อ ใบอนุญาตทำงาน ไปยื่นขอขยายระยะเวลาพำนักกับ กองตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากเอกสาร การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.1) และเอกสารเงินสมทบประกันสังคม ย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อยืนยันว่ามีการจ้างงานจริง และจ่ายเงินเดือนตามเกณฑ์กฎหมาย

2. การเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Change of Information)

หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ไม่ตรงกับหน้าสมุด Work Permit หรือข้อมูลในวีซ่า คุณต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยกรณีที่พบบ่อยคือ

  • การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือย้ายที่ตั้งบริษัท ต้องแจ้งแก้ไขทั้งใน Work Permit และแจ้งที่พักอาศัย (ตม.30) กับทาง ตม. ใหม่ให้ตรงกัน
  • การเปลี่ยนตำแหน่งงาน/หน้าที่ ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขลักษณะงานใน Work Permit หากทำงานไม่ตรงกับที่ระบุไว้ อาจมีความผิดฐานทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้
  • การเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือเปลี่ยนพาสปอร์ตเล่มใหม่ ต้องทำเรื่องย้ายตราประทับวีซ่าจากเล่มเก่ามาเล่มใหม่ และแจ้งแก้ไขชื่อใน Work Permit ให้ตรงกับพาสปอร์ต

สรุป

การ ทำงานต่างประเทศ ในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย จำเป็นต้องมีทั้งสองอย่างควบคู่กันเสมอ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เพราะแม้จะพำนักอยู่ได้อย่างถูกต้อง แต่หากไม่มีสิทธิในการทำงาน ก็ยังถือว่าผิดกฎหมายแรงงาน และทั้งชาวต่างชาติ และนายจ้างจำนวนมากต้องดูแลเอกสารเหล่านี้ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การยื่นขอ วีซ่าทำงาน การขอและ ต่อใบอนุญาตทํางาน ไปจนถึงการจัดการ เอกสารทํางานต่างประเทศ ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของหน่วยงานรัฐ หากพลาดเพียงขั้นตอนเดียว อาจนำไปสู่ความล่าช้า ค่าปรับ หรือความเสี่ยงทางกฎหมาย ที่ส่งผลถึงธุรกิจได้

ที่ P AUDIT & LAW เราเข้าใจดีว่า เรื่องเอกสารแรงงานต่างชาติไม่ใช่แค่การยื่นให้ผ่านในแต่ละครั้ง หากคุณกำลังมองหาทีม บริษัทรับทำใบอนุญาตทำงาน และบริการ รับทําวีซ่า ที่ดูแลได้ทั้งความถูกต้อง และความปลอดภัยของเอกสาร ลองทักมาสอบถาม และปรึกษากับทีม  P AUDIT & LAW ก่อนตัดสินใจได้เลย

Tag:
Share:

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ใบอนุญาตทำงาน Work Permit คืออะไร

จ้างทำบัญชีคุ้มกว่าอย่างไร? ทำไมเจ้าของธุรกิจที่อยากเติบโตถึงเลือกใช้สำนักงานบัญชีข้างนอก

เทคนิคปิดงบการเงินอย่างไรให้ไร้กังวล พร้อมบอกความสำคัญของการมีผู้สอบบัญชีช่วยคุณ

เทคนิคปิดงบการเงินอย่างไรให้ไร้กังวล? พร้อมบอกความสำคัญของการมีผู้สอบบัญชีช่วยคุณ

ขอคืนภาษีอย่างไรไม่ให้โดนตรวจภาษีย้อนหลัง ขั้นตอน และเทคนิคที่ช่วยให้ธุรกิจไม่เสี่ยง

ขอคืนภาษีอย่างไรไม่ให้โดนตรวจภาษีย้อนหลัง? ขั้นตอน และเทคนิคที่ช่วยให้ธุรกิจไม่เสี่ยง